สุดรันทด ชีวิตย่ำแย่ เวนิส บ.ข.ส. อดีตกาลนักมวยแชมป์โลก เจ็บป่วย

สุดรันทด ชีวิตย่ำแย่ เวนิส บ.ข.ส. อดีตกาลนักมวยแชมป์โลก ป่วยไข้
ตอนวันที่ 25 เดือนสิงหาคม 2565 ผู้รายงานข่าวแถลงการณ์ว่า ที่ จังหวัดจังหวัดนครพนม ความก้าวหน้ากรณีมีข่าวสารว่า สมัยก่อนนักมวย สมญานาม เวนิส บ.ข.ส. หรือ นายประเวศ พลเชียงขวาง หรือเวศ ปัจจุบันนี้อายุ 73 ปี อดีตกาลนักมวยแชมป์โลกโด่งดัง หมัดซ้ายพิฆาต ที่เคยมีอนาคตเจริญรุ่งเรืองเมื่อหลายสิบปีกลาย รกรากอยู่บ้านโคกสว่าง ตำบลดอนนางหงส์ อำเภอธาตุพนม จังหวัดจังหวัดนครพนม เปลี่ยนเป็นข่าวสารว่าเสียชีวิตเผยแพร่ผ่านทางสื่อโซเชียล ดังนี้ ด้านผู้รายงานข่าวได้ตรวจดูความเป็นจริงพบว่าไม่เป็นความจริง จากการถามไถ่ นางณิยมรัศม์ พลเชียงขวาง อายุ 78 ปี พี่สาวของ เวนิส บ.ข.ส. รับรองว่ายังรักษาลักษณะการป่วยที่โรงหมอจังหวัดนครพนม ข้างหลังเกิดภาวะช็อกจากโรคความดัน โรคเบาหวาน เมื่อวันที่ 11 เดือนสิงหาคม 2565 คราวหลังหมอได้ส่งตัวไปรักษาต่อที่โรงหมอจังหวัดนครพนม ปัจจุบันนี้อาการยังทรงตัว อยู่ระหว่างการดูแลและรักษาของหมอ พยาบาลอย่างใกล้ชิด

สำหรับ นายประเวศ พลเชียงขวาง หรือเวศ ตอนนี้อายุ 73 ปี สมญานาม เวนิส บ.ข.ส.ซ้ายพิมาต ถือได้ว่าอดีตกาลนักมวยแชมป์โลกมีชื่อเสียงที่เคยมีอนาคตเจริญก้าวหน้า เมื่อแทบ 50 ปีกลาย เดิมทางชีวิต มีใจรักในอาชีพนักมวยมาตั้งแต่เด็กยุคเรียนอยู่ชั้นประถมเล่าเรียน เพราะว่าชีวิตครอบครัวยากแค้น ก็เลยต้องการมีรายได้จากการชกมวยเพื่อแลกเปลี่ยนค่าตอบแทน ทำให้เดินสายรับจ้างชกมวยตามงานวัดตั้งแต่ค่าจ้างไม่กี่ร้อยบาท เหตุเพราะพี่ชายทำค่ายฝึกซ้อมมวยในชื่อ ค่ายพายทองคำ จนตราบเท่ามีแวว ก็เลยได้ไต่เต้าขึ้นมาตั้งแต่มวยป่าจนกระทั่งระดับมวยอาชีพ จนตราบเท่าจบชั้น มัธยมศาสตราจารย์3 ในยุคนั้น จากสถานที่เรียนปิยะมหาราชาลัย โรงเรียนกินนอนจังหวัดนครพนม ก็เลยได้มีคนมาชวนไปอยู่กับค่ายฝึกมวยโด่งดัง ค่ายฝึกมวย บ.ข.ส. ที่ กรุงเทพมหานคร โดยเริ่มจากมวยแทนกระทั่งเป็นนักมวยขึ้นชั้น จากมวยไทยสู่มวยสากล ทำให้ได้แชมป์มวยรอบหนแรก ศึกมวยรอบพ็อบท็อป เมื่อราวปี 2508 ได้ค่าตอบแทนโดยประมาณ 1,500 บาท แปลงเป็นแรงดลใจเป็นจริงเป็นจังสำหรับในการฝึกฝน จนถึงก้าวขึ้นสู่มวยแชมป์ ฟลายเวตเมืองไทย (เวทีลุมพินี) เมื่อปี 2513 แชมป์ฟลายเวต WBC เมื่อปี 2515-2516 ซึ่งนับว่าเป็นแชมป์สูงสุดของนักมวยสุดยอด และก็แชมป์แบนตัมเวตเมืองไทย เวทีราชดำเนิน เมื่อปี 2522-2524 ซึ่งเคยได้รับค่าจ้างสูงสุดที่ราว 1.2 ล้านบาท ทำให้ชีวิตอนาคตรุ่งโรจน์สูงสุดในสมัยนั้น ไม่ต่างนักมวยโด่งดัง และก็ศิลปินดังระดับประเทศ กระทั่งมีแวดวงละครมาทาบทามไปเล่นละคร


ดังนี้ นายประเวศ พลเชียงขวาง หรือเวศ เวนิส บ.ข.ส. เคยเผยชีวิตสุดแสนรันทดกับนักข่าวว่า ชีวิตไม่เที่ยงแท้ เคยเจริญมาตลอดจนจนกระทั่งชีวิตได้ไปสู่ขาลง จนถึงทำให้จำเป็นต้องเลิกลาวงการมวยภายหลังจากชกมวยแพ้หลายหน เพราะเหตุว่าสภาพร่างกายลดน้อยตามระยะเวลา จนกระทั่งจำต้องล่ำลาแวดวงเมื่อโดยประมาณปี 2524 ซึ่งแก่ได้ราว 32 ปี โดยทางบริษัทขนส่งได้ใส่เข้ามาเป็นบุคลากรในตำแหน่งพนักงานที่มีหน้าที่สำหรับต้อนรับ แม้กระนั้นตกลงใจลาออกข้างหลังดำเนินการได้ราว 10 ปี เพื่อกลับไปอยู่บ้านกำเนิดหันมาปฏิบัติงานเปิดบริษัทหางานส่งแรงงานไปยังประเทศต่างๆ พร้อมปักหลักสร้างครอบครัวสมรสกับเมียคนแรก คนพื้นเพเดียวกัน จนกระทั่งมีลูกร่วมกัน 2 คน แม้กระนั้นโชคไม่เข้าข้าง ทำธุรกิจได้ราวๆ 5 ปี กำเนิดปัญหาขาดทุนจากบริษัทใหญ่ล้ม ทำให้เงินที่เคยมีหลายสิบล้านบาทหายไปในช่วงเวลาไม่กี่ปี กระทั่งเป็นหนี้สิน ชีวิตล่มจม เพราะเหตุว่าไม่มีรายได้ป้อมปราการอาจ ที่สำคัญครอบครัวกลับแตกคอไปคนละทางเพื่อเอาชีวิตรอด ซึ่งปัจจุบันนี้ลูกชายแล้วก็บุตรสาวไปอาศัยอยู่กับแม่ ดำเนินการแต่งงานที่ประเทศแคนาดา กระทั่งในที่สุดตอนปลายของชีวิตจะต้องมาทำไร่ไถนา อาศัยรายได้เบี้ยเลี้ยงชีวิตผู้สูงอายุ

ส่วนเมียคนปัจจุบัน ชาว อำเภอที่นามึง จังหวัดจังหวัดนครพนม เสียชีวิตเมื่อต้นปีก่อนหน้านี้ ทำให้อยู่ลำพัง อาศัยลูกพี่ลูกน้องดูแลช่วยเหลือตามภาวะ จากบรรดาญาติทั้งปวง 5 คน ตนเป็นผู้ที่ 4 ที่สำคัญความภาคภูมิสูงสุดในชีวิตนอกจากรางวัลเกียรติศักดิ์ ในวันที่ 29 เดือนกันยายน 2515 ที่อินดอร์สเตเดียม หัวหมาก ได้แชมป์ฟลายเวต WBC ซึ่งนับว่าเป็นแชมป์สูงสุดของนักมวยสุดยอด ต่อยกับนักมวยแชมป์โลก เบตูลิโอ กอนซาเลซ ชาวเวเนซุเอลา เวนิสชนะคว้าชัยชนะ พร้อมได้รับพระราชทานเข็มรางวัล และก็ได้เคยเข้าเฝ้าฯพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 ทั้งท่านได้เสด็จฯดูการชกมวยด้วยท่านเอง หลังชนะแล้วได้ลงจากเวทีเพื่อเข้าเฝ้าฯกราบฝ่าพระบาท ท่านทรงพูดถามคำถามว่าเจ็บไหม อิดโรยไหม เก่งมากมายหนู ขอให้รักษาแชมป์ไว้นานๆแบบรุ่นพี่ แล้วก็ยังมีการดูด้วยแววตายิ้มแย้ม เมตตา นับเป็นบุญคุณเป็นเปี่ยมล้น หาที่สุดไม่ได้ รวมทั้งเป็นสิ่งจำเป็นที่สุดในชีวิตที่ท่านทรงมีพระเมตตา ตนในฐานะพลเมืองคนประเทศไทย ก้มสำนึกในบุญคุณ อย่างเดียวที่ทดแทนได้เป็นทำความดีเพื่อสังคม และไม่ก่อปัญหากับสังคม เวนิส บ.ข.ส. กล่าวไว้